พระบรมราโชวาท
    ความเป็นมา
    นโยบาย
    วัตถุประสงค์
    กองทุนแม่ของแผ่นดินคือ
    คุณสมบัติของหมู่บ้าน/ชุมชน
    แนวทางในการขับเคลื่อน
    จังหวัดกำแพงเพชร
      รายชื่อหมู่บ้าน
      ศูนย์การเรียนรู้ (LC)
      โครงสร้างคณะกรรมการเครือข่าย
    จังหวัดตาก
      รายชื่อหมู่บ้าน
      ศูนย์การเรียนรู้ (LC)
      โครงสร้างคณะกรรมการเครือข่าย
    จังหวัดนครสวรรค์
      รายชื่อหมู่บ้าน
      ศูนย์การเรียนรู้ (LC)
      โครงสร้างคณะกรรมการเครือข่าย
    จังหวัดพิจิตร
      รายชื่อหมู่บ้าน
      ศูนย์การเรียนรู้ (LC)
      โครงสร้างคณะกรรมการเครือข่าย
    จังหวัดพิษณุโลก
      รายชื่อหมู่บ้าน
      ศูนย์การเรียนรู้ (LC)
      โครงสร้างคณะกรรมการเครือข่าย
    จังหวัดเพชรบูรณ์
      รายชื่อหมู่บ้าน
      ศูนย์การเรียนรู้ (LC)
      โครงสร้างคณะกรรมการเครือข่าย
    จังหวัดสุโขทัย
      รายชื่อหมู่บ้าน
      ศูนย์การเรียนรู้ (LC)
      โครงสร้างคณะกรรมการเครือข่าย
    จังหวัดอุตรดิตถ์
      รายชื่อหมู่บ้าน
      ศูนย์การเรียนรู้ (LC)
      โครงสร้างคณะกรรมการเครือข่าย
    จังหวัดอุทัยธานี
      รายชื่อหมู่บ้าน
      ศูนย์การเรียนรู้ (LC)
      โครงสร้างคณะกรรมการเครือข่าย
    เว็บไซต์ที่น่าสนใจ
      www.kongtunmae-oncb.com
      สำนักงานป.ป.ส.
      กรมการพัฒนาชุมชน
      กระทรวงยุติธรรม
      กระทรวงมหาดไทย
      กระทรวงสาธารณสุข
      กระทรวงกลาโหม
    แบบสอบถามหมู่บ้านกองทุนแม่
    กระดานสนทนาแลกเปลี่ยน
    ชมรมชุมชนภิวัฒน์
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 19
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 1,610
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 391,903
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
19 พฤษภาคม 2556
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30  31   
             
 
 ชุมชนตำบลฝายหลวง

บทเรียนชุมชนตำบลฝายหลวง

อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 

                                                                                               

            ผศ.ดร.ณรงค์ศักดิ์  หนูสอน

อาจารย์ประจำคณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร     

 

ชุมชนตำบลฝายหลวง

ความเป็นมาของรูปแบบการให้คำปรึกษา

          

            แต่เดิมสถานการณ์ปัญหายาเสพติดตำบลฝายหลวงไม่ได้เกิดปัญหายาเสพติดทั้งตำบล แต่เกิดที่ หมู่ 7 บ้านท้องลับแล กล่าวคือสภาพปัญหาในชุมชนมีเรื่องของยาเสพติดมาก ตอนนั้นแกนนำดูเหมือนจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเราเรื่องของเขา                  เรื่องของคนนั้นเรื่องของคนนี้โดยเฉพาะตัวกรรมการที่มีฐานะ เป็นแม่ก็ไม่อยากให้     ลูก หรือหลานหมดอนาคตไปเพราะเรื่องนี้ จึงเกิดการพูดคุยกันในกลุ่มของแม่บ้านเฉพาะหมู่ 7 ก่อน โดยการเริ่มต้นของโครงการเกิดขึ้นดังคำพูดของกรรมการดังนี้

ก็รู้จักกับสมโภช พันธุ์ทอง เลยถามเขาว่าพี่อยากทำเรื่องนี้พี่จะต้องไป                  ทำอย่างไร เขาก็บอกว่า พี่ก็ลอง เขียนโครงการมาสิว่าพี่จะทำเรื่องยาเสพติดพี่จะทำอย่างไร พี่ก็มานั่งนึกว่าเราจะทำเรื่องยาเสพติด เราจะทำอย่างไร ไปคุยกับวังแดง                 วังแดงเขารู้ว่าของเขาตรวจปัสสาวะ แต่ของเรามันไม่ถึงขั้นนั้นไง เราก็มาคุยกัน                 ในเรื่องของแม่บ้าน ว่าถ้าสมมติว่าแม่บ้านเรามีอาชีพ มีรายได้ มีเวลาอยู่กับครอบครัวทำให้ครอบครัวอบอุ่นขึ้นมันน่าจะดีขึ้นไหม พี่ก็เลยมาทำในเรื่องของกลุ่มอาชีพ               คือในปีแรกเลยเนี่ยก็ขอเฉพาะหมู่ 7 บ้านท้องลับแล 5 กลุ่ม กลุ่มละ 5 หมู่ ก็ไปนำเสนอโครงการที่เชียงใหม่ก็เถียงกับ ผอ.ภิญโญ พอสมควร เพราะว่าเขาซักเลยว่า                     วังแดงเขาตรวจปัสสาวะ แล้ว ที่อื่นก็ตั้งด่านตรวจ แล้วไอ้ฝายหลวง ลับแลมันทำ               เรื่องอาชีพมันเกี่ยวอะไรกับยาเสพติด เขาให้เราโยงมาอย่างนี้ เราก็เลยโยงให้เขาฟังว่า ถ้าแม่บ้านมีอาชีพ มีรายได้เพิ่มขึ้น ในเรื่องของการทะเลาะกันในเรื่องของการหาไม่พอกินมันก็จะลดลงแล้วเด็กที่อยู่ ในความครอบครองความดูแลของเราก็จะมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เราก็เลยจุดประกายที่หมู่ 7 โดยเริ่ม ทำหมู่แรก

            เมื่อดำเนินการมาได้ระยะหนึ่ง ปรากฏผลเป็นที่น่าพอใจ จากการประเมินผลพบว่าเยาวชนในหมู่ 7 มีการติดสารเสพติดลดลง ทางเครือข่ายได้มีการศึกษาดูงาน         จากชุมชนเข้มแข็งอื่นๆ เพื่อนำมาเป็นต้นแบบ ในการดำเนินงาน มีการ                            ตั้งคณะกรรมการอย่างเป็นรูปธรรมมีการประชุมกันทุกๆ เดือน สมาชิกส่วนใหญ่                คือกลุ่มแม่บ้านมีการจัดเวรยามเฝ้าดูพฤติกรรมของเยาวชนกลุ่มเสี่ยง มีการทำข้อตกลงในการดำเนินการกับเยาวชนที่เสพยาเสพติดโดยมีบันทึกข้อตกลงระหว่าง โรงเรียน     กับกรรมการดังคำกล่าวของคณะกรรมการดังนี้

            จากนั้นเข้าสู่ปีที่สองเมื่อเริ่มทำแล้วเห็นผล เด็กในหมู่ 7 เริ่มไม่ค่อยมีปัญหาติดยาเสพติด จากนั้นจึงได้ขยายทั้งตำบล โดยทำในเรื่องของเครือข่าย ก็เลยมาตั้งชื่อ กันใหม่ว่า ถ้าเราทำในเรื่องของตำบลนี่เราจะใช้ชื่อของตำบลเรา ของเครือข่าย                 เราอย่างไรดี ก็เลยเกิดขึ้นมาเป็นเครือข่ายฮักลับแลโดยการที่เราไปดูงานที่จังหวัดน่าน ตำบลน้ำเกี๋ยน เราก็พาไปดู ก็ใช้คำว่ากลุ่ม “ฮักเมืองน่าน” เราก็เลยกลับมาเอาของเราบ้าง เราก็เลยเป็นเครือข่าย “ฮักลับแล” ก็แล้วกันก็เลยเกิดชื่อนี้ขึ้นแล้ว พอหลังจาก            เกิดแล้วเนี่ยเราก็จะเชิญในส่วนของหมู่บ้านมาช่วยกันมาคุยกันในเรื่องของปัญหา              ของยาเสพติดแต่ละหมู่บ้านว่า ปัญหายาเสพติด นี้มันไม่ใช่ของใครของมันแล้วนะ ดังนั้นทุกหมู่บ้านต้องมาช่วยกันดูแลในเรื่องนี้ ก็เกิดเครือข่ายขึ้น ก็จะมีการประชุมกันทุกเดือน คุยกันเรื่องนี้ ส่วนใหญ่บางทีเราคุยกันเราจะไม่คุยกันแบบหมู่ประชุม เราก็จะตั้งวงคุยกันแล้วเราก็จะคุยกันถึงปัญหาแต่ละปัญหามาคุยกัน บางครั้งก็จะมีเรื่อง             ของกลุ่มอาชีพกลุ่มออมทรัพย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็จะเป็นแม่บ้านที่ไปฝากเงิน                 แล้วทุกเรื่องที่เป็นปัญหาของแม่บ้านเขาก็จะไปคุย ในกลุ่มของเขาแล้วแม่บ้านเองก็จะช่วยกัน เราก็จะดูมา ครอบครัวต่อครอบครัวช่วยกันดูแลมาตลอด แล้วต่อมาเราก็ใช้                 วิธีอยู่เวรยาม พอเราอยู่เวรยามปุ๊ปเราก็จะเห็นพฤติกรรมของเด็กแต่ละหมู่บ้าน                 แต่ละตำบลว่าเขามีพฤติกรรมกันอย่างไร พอเรารู้ถึงจุดตรงนั้นปุ๊ป เราก็จะไปเจาะ ตอนแรกเราใช้ถึงขั้นว่าโครงการคืนคนดีสู่สังคม โดยมีใบสมัครให้กับผู้ที่เสพโดยเราคุยกับผู้ปกครองเขาเรียบร้อยแล้ว คือเขาไม่บังคับก็จะมีใบสมัครให้ว่าใครสนใจ              ที่จะเข้าร่วมโครงการคืนคนดีสู่สังคมบ้าง ก็มีหลายคนที่มาสมัครพอมาสมัครแล้ว            คนที่เลิกเสพ ที่เลิกค้า เราใช้งบประมาณของข่ายที่ได้มาจาก ปปส.นี่แหละให้เขายืมไปประกอบอาชีพ แล้วเราก็คัดลอกมาจากคนเพียงแค่คนสองคนที่เขากล้าเปิดตัว                  เขาก็ไม่หันไปยุ่งกับยาเสพติด เขามีอาชีพของเขาดีขึ้นแล้วเขาก็คืน เราก็นำเงินตรงนี้ไปจัดกิจกรรมต่อ แล้วตอนนี้ถามว่าทาง ปปส.ไม่ให้งบแล้วเรายังทำอยู่ไหม.เราก็ยังทำอยู่ ในเรื่องของเวรยามในเรื่องของการดูแลในชุมชนเรายังช่วยกันอยู่แต่ละหมู่บ้าน แม้แต่ผู้ใหญ่บ้านภารกิจเยอะเราก็ยังสอดส่องดูแลอยู่ถึงแม้นจะไม่ครอบคลุม แต่เราก็ใช้วิธีครอบครัวต่อครอบครัว ใช้ความรักช่วยกันดู อันนี้มันคือที่มาของคำว่าทำไมถึงชื่อนี้ แล้วทำงานกันอย่างไรถึงเรียกเครือข่ายเพราะเราจะโยงทั้งหมด เราจับทุกอย่างแล้วมาคุยกันอย่างนี้ แล้วทุกเดือนเราจะมีประชุมในเรื่องของสภาองค์กรชุมชนในเรื่องของชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่ จะไม่มีความลับ               จะไม่ปิดไม่ว่าลูกใครหลานใคร เราจะไม่ปิดจะมาคุยกัน แต่ชื่อของเด็กคนนั้นจะเก็บเอาไว้เฉพาะในตำบล เรามีทำ เอ็ม โอ ยู กับโรงเรียนลับแลพิทยาคม.กับโรงพักว่า              ถ้าเด็กคนไหนที่อยู่ในตำบลฝายหลวงแล้วอยู่ในโรงเรียนแล้วทำผิดในเรื่องนี้ เราทำเหมือนบันทึกว่าตำรวจจะจับ แต่เราจะไม่ให้มีชื่อเด็กอยู่ในโรงพัก ก็คือเราจะช่วยกัน           ก็คือว่า เฉพาะตำบลคงจะไม่ไหว โรงเรียนเองก็คงไม่ไหว แล้วตำรวจเองเขาก็บู๊                อย่างเดียวเขาก็จับอย่างเดียว เราก็เลยคือว่าตกลงว่าถ้าเด็กฝายหลวงทำอย่างนี้ถ้าคุณจับได้คุณแจ้งเราก่อนได้ไหมเพราะเราไม่อยากให้เด็กของเราไปอยู่ในสถานพินิจ เราไม่อยากให้เด็กของเราไปติดคุกแต่เรามีกระบวนของเราที่จะไปจัดการคดีในหมู่บ้าน             ในตำบล เพราะเราจะคุยกับผู้ปกครองเด็ก ตลอดว่าลูกท่านติดแล้วนะ แล้วเราจะทำกันอย่างไร แล้วตำบลเราก็จะมีกิจกรรมจัดตลอดในเรื่อง ของการอบรม การชวนเด็ก              มาเข้าค่ายอะไรอย่างนี้โดยยืมงบมาจาก ปปส.บ้าง อบต.บ้าง ในส่วนของท้องถิ่นบ้างอะไรอย่างนี้ ก็มีแค่นี้.แล้วก็ช่วยกันต่อนะ

 

 

 

 

รูปแบบการให้คำปรึกษา

1.การจัดตั้งกรรมการป้องกันยาเสพติดชุมชน

            ชุมชนตำบลฝายหลวงมีการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันยาเสพติดชุมชน หมู่บ้าน ละ 10 คน เพื่อกระจายกันดูแล ชุมชนของตนเองอย่างทั่วถึง นอกจากนี้ยังมีกรรมการที่ประกอบไปด้วยคณะกรรมการจากองค์กรต่างๆ ดังต่อไปนี้

           คณะกรรมการเครือข่าย ฮักลับแล

           ประธานแม่บ้านและกลุ่มแม่บ้าน

           ประธานศูนย์พัฒนาครอบครัว(องค์กรสาธารณประโยชน์)

           กำนัน

           สารวัตรกำนัน

ในการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดนั้น ศูนย์พัฒนาครอบครัวเป็นตัวจักรที่สำคัญในการขับเคลื่อนในเรื่องปัญหายาเสพติดของชุมชน

             ผมดูแลเรื่องศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์  เมื่อปีที่แล้วเป็นหมู่บ้าน นำร่องของจังหวัดตั้งแต่ปี 49 แต่ปัจจุบันได้ดีเด่นเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์และครอบคลุมทั้งตำบลเมื่อก่อนดูแลและก็เป็นคณะกรรมการ               อยู่ที่นี่ ก็ปัญหาทุกอย่างเกี่ยวกับยาเสพติดเกี่ยวกับเด็กเร่ร่อน ผู้ยากไร้ ขึ้นอยู่กับ                 ศูนย์พัฒนาครอบครัวทั้งหมด

            ก่อนที่จะเอาเขาเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการ ก็มีการเข้าสู่ขบวนการอบรม                 ที่ที่ว่าการอำเภอโดยมีนายอำเภอเป็นประธานในพิธีเปิด และนายอำเภอเป็นผู้บรรยาย 

            ในการดำเนินงานของเครือข่ายยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเครือข่าย เป็นเงินจำนวนหนี่งเพื่อนำไปซื้อวิทยุสื่อสาร แจกหมู่ละหนึ่งเครื่อง เพื่อนำไปใช้               ในการติดต่อประสานงานในการอยู่เวรยาม ในส่วนแผงไฟไสลด์ที่อยู่เวรยามที่               ฝายหลวงมีที่เดียวที่จะเขียนไว้ว่าเครือข่ายฮักลับแล ทุกหมู่เป็นอย่างนั้นหมด                ซึ่งต่างจากตำบลอื่นที่จะเขียนเป็นชื่อ อบต.

 

 

2.การค้นหา สังเกตพฤติกรรมเด็ก กลุ่มเสี่ยง

 

คณะกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดของชุมชนบ้านฝายหลวงจะมีหน้าที่                  ในการสังเกตพฤติกรรมเด็ก กลุ่มเสี่ยงได้แก่กลุ่มเยาวชน กลุ่มวัยรุ่นทั้งที่อยู่ในระบบการศึกษาและนอกระบบการศึกษา นอกจากนี้จะประสานให้แต่ละครอบครัวช่วยกันสอดส่องดูแล ค้นหา เฝ้าระวัง สังเกตพฤติกรรมเด็ก กลุ่มเสี่ยง หากรู้ก็แจ้งเครือข่าย “ฮักลับแล” ซึ่งเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติด

เราก็จะมาดู ครอบครัวต่อครอบครัวช่วยกันดูแลมาตลอด แล้วต่อมาเราก็ใช้วิธีอยู่เวรยาม พอเราอยู่เวรยามปุ๊ปเราก็จะเห็นพฤติกรรมของเด็กแต่ละหมู่บ้านแต่ละตำบลว่าเขามีพฤติกรรมกันอย่างไร พอเรารู้ถึงจุดตรงนั้นปุ๊ปเราก็จะไปเจาะ

คือตอนนั้นเราจะวนแบบว่าแต่ละหมู่บ้านจะเข้าเวนคืนหนึ่งสองหมู่บ้า                นเราจะเน้นถนนสายหลัก สับกันไปเรื่อยสองหมู่บ้านทุกวันทุกคืนแต่เราจะสับหมู่อยู่ ถนนสายหลักก็จะสับให้อยู่ ถ้าเป็นเทศกาลปีใหม่มกรา ปีใหม่เมษา เราจะอยู่พร้อมกันหมด แต่พอหลังจากนั้นก็หมู่นี้อยู่คู่กับหมู่นั้น มันจะมีตารางเลยครับ เดือนหนึ่งเราอยู่กัน 30 วัน เดือนนี้สมมติว่าวันนี้หมู่นี้อยู่หมู่นี้ไม่อยู่ หมู่นี้หยุดหมู่นี้อยู่ก็จะสลับกันไป เดือนหนึ่ง 30 วันจะทำอย่างนี้ตลอด นี่คือที่มาที่ไปของเรา

            เวลานี้มันจะหนักขึ้นทุกวันหนักขึ้นทุกวัน ก็เลยคุยกับคณะกรรมการ ก็ได้ผล คณะกรรมการของเราก็ทำงานกันแบบเต็มที่ ดูแล คือจุดนี้ดูจุดนั้นด้วยนะไปหลังนั้นแล้วดูหลังนี้ด้วย เข้าหลังนั้นแล้วดูซอยนี้ด้วย ก็คุยกันมันก็ได้ผล ก็คือว่าตาเรามี                  หลายตาไง มีหลายตาช่วยกันดูแล อันนี้ก็เป็นผลในขั้นต้น

            นอกจากนี้ในการค้นหาผู้เสพผู้ติดในชุมชนวังแดง จะมีวิธีการคล้ายกับ              การทำประชาคมโดยให้ชาวบ้านแจ้งชื่อในทางลับว่าสงสัยใครเสพยาเสพติด                      โดยแจกใบลงชื่อกันคนละใบ ไม่ต้องลงชื่อตัวเองโดยเขียนชื่อผู้ถูกสงสัยลงในกล่องรับรายชื่อโดยขอร้องให้ทุกบ้านต้องเขียนถ้าไม่สงสัยใครก็ใส่ไปว่าไม่สงสัยใคร จากนั้น เมื่อได้รายชื่อมาแล้ว จะมีทีมงานในหมู่บ้านดูว่าคนที่ถูกกล่าวหานั้นมีการ           เสพจริงหรือไม่ โดนกล่าวหาหรือเปล่า แล้วคณะกรรมการก็นำมาวิเคราะห์                   พอวิเคราะห์เสร็จ ผู้ใหญ่บ้านหมู่นั้น ผู้นำหมู่นั้นดูรายชื่อแล้วใช่หรือไม่ใช่ถ้าคิดว่าใช่ก็นำมาให้คำปรึกษา

            เหมือนกับสุ่มว่าในหมู่บ้านนี้มีชื่อคนนี้ไหมมีตรงกับที่เราคิดไว้ไหม ถ้ามีตรงกันเราก็มาดูเหมือนกับว่าให้หลายๆคนมาตรวจสอบว่ามันมามีสามทางสี่ทางแล้วนะที่มีแต่ชื่อคนนี้แนวทางน่าจะเป็นอย่างไรก็ต้องดู

            การทำประชาคมรายชื่อผู้เสพนี้มีประโยชน์อีกประการคือเพื่อตรวจสอบยืนยันกับรายชื่อของทางอำเภอ เพราะหลายครั้งรายชื่อของทางอำเภอไม่มีความเป็นปัจจุบัน บางครั้งทางการก็กล่าวหาว่ายังเสพอยู่โดยดูจากรายชื่อเก่า ชื่อเดิมๆยังมีติดอยู่โดยไม่ลบสักทีก็ยังนำเสนออยู่อย่างนี้กรรมการก็ต้องดูว่าจริงหรือเปล่า

 

3. เฝ้าระวังผู้ที่มีพฤติกรรมเคยเสพเป็นพิเศษ

     คณะกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดของชุมชนตำบลฝายหลวง จะให้ความสำคัญกับผู้ที่เคยเสพยาเสพติดมาก่อนเป็นกรณีพิเศษ เพราะอาจกลับไปเสพซ้ำได้ ซึ่งคณะกรรมการจะมีรายชื่ออยู่ในระบบเฝ้าระวัง ดังคำบอกเล่าของประธานแม่บ้านดังนี้

       ก็มีเพื่อนบ้านมาบอกว่าหน่อยเอาอีกแล้วนะ ก็คือเขาเคยติดอยู่พักนึงแล้ว               เขาเลิกไปได้แล้วมาตอนหลังหน้าทุเรียนหน้าลางสาดคือว่าก็จะมีสวนทุเรียน                   สวนลางสาด เขาก็จะไปสวนแล้วเขาก็พอมีรายได้ก็มาเสพอีก เพื่อนๆของเขาแล้วก็เพื่อนบ้านก็เล่าให้ฟังว่าไอ้หน่อยเอาอีกแล้วนะเอายาอีกแล้วพอถามตัวเขาเขาก็ไม่ยอมรับ ทีนี้ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งคือว่าเขาเสพจนทะเลาะกับแฟนของเขาแล้วแฟนก็หนีไป แล้วพ่อของเขาก็พูดบอกว่ากูรู้นะว่าตอนนี้มึงติดยา ตอนแรกเขาไม่ยอมรับแต่ตอนหลังเขาก็มายอมรับว่าเขาติดแต่เขาก็อยากจะบำบัดว่าทำอย่างไรดีตอนนี้ผมติดไปแล้ว                ผมเสพวันนึง 2-3 เม็ด พ่อเขาก็ด่าว่าเขาว่าใครไปเอากรอกปาก แล้วของพวกนี้ก็ไม่ใช่    มีวางขาย สันดานมึงไม่ดี พ่อเขาก็ไม่เอาเลย แม่เขาก็เลยมาปรึกษาคือว่าแม่เขาเป็นน้องสาว ก็ถามว่าจะทำอย่างไรดีไอ้หน่อยมันติดยาอย่างนี้คือมันคลั่งเลยไม่ยอมรับยอมนอน ก็เลยบอกว่าให้เขามาหาที ก็คุยกับเขาดีดีว่าจะทำอย่างไรดี เขาก็บอกแม่เขาว่า                ผมยอมรับว่าผมติดจะเอาผมไปไหนผมก็ยอมทั้งนั้นให้ผมไปบำบัดก็ไป

4. หาช่องทางเข้าถึงตัวกลุ่มเสี่ยง  หรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง

              คณะกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดของชุมชนตำบลฝายหลวงได้ใช้ความพยายามในการเข้าหากลุ่มเสี่ยง หรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดสารเสพติด             โดยการสร้างสัมพันธ์ ให้ความเป็นกันเอง

       ก็คุยกันเกือบทุกคน ก็คือว่าเราทำงานกันตอนนี้คือพวกคณะกรรมการเราไม่ได้ยึดที่ตัวยา แต่เราจะยึดที่ตัวคนไงคะ เพราะฉะนั้นเด็กคนนี้เชื่อใคร เด็กคนนี้รักใคร เราจะให้คนนั้นเขาช่วยต่อ พอดีว่าเด็กคนนี้ชื่อหน่อยนี่เขาเชื่อป้าเขารักป้า คืนนั้นก็ให้มานอนกับป้าเลยนะคะ นอนกันแล้วเราก็คุยกัน ป้าเขาก็โทรมาถามว่าจะคุยกับเขาอย่างไร เราก็เลยบอกว่าชวนเขาคุยไปก่อนปลอบเขาไปก่อน ชวนเขาพูดคุยไป                 เรื่องอื่นๆแล้วถ้าสมมติว่าเขาคิดถึงเมียเขาเขารักเมียเขาเราค่อยพูดว่าเหตุที่เมียเขาหนีเพราะอะไร  แต่ถ้าเขาเลิกตอนนี้เดี๋ยวเมียเขาก็จะกลับมาเองป้าเขาก็จะปลอบตลอด

             คณะกรรมการยาเสพติดมานั่งคิดว่าเราจะเอากันอย่างไรดี ก็มีการปรึกษาว่ายานี่มันมาจากตรงไหน แหล่งมันอยู่ตรงไหนก็เลยมีคณะกรรมการบางคนบอกว่ามันมาจากไอ้คนนี้ ไอ้แจ็คเนี่ย  ชื่อไอ้แจ็คเป็นตำรวจด้วยเป็นขาใหญ่ แล้วไอ้เอกเนี่ยมันไปเอาจากไอ้แจ็คมาแล้วเอามาขายให้ที่นี่  ก็เลยปรึกษากันว่าจะเอาอย่างไรดี ก็เลยว่าเอาอย่างนี้ก็มาคุยกันว่าลองไปนั่งกินข้าวหรือไปนั่งกินอะไรกันที่บ้านของเด็กคนที่ติดยาไปนั่งคุยกันกับพ่อแม่เขาก่อน ก่อนที่จะเอาเขาไปบำบัดก็ตกลงกันตามนี้ ก็จะเริ่มทำการไปนั่งกินข้าว สมมติว่านั่งกินอะไรกันเล็กน้อยแล้วคุยกัน

 

 

5.  คัดเลือกเยาวชน  เพื่อเป็นสายลับวัยเยาว์ 

              มีการคัดเลือกเยาวชน เพื่อเป็นสายลับวัยเยาว์ ไว้คอยสอดส่องพฤติกรรมเสี่ยงของเพื่อน ๆ เนื่องจากว่าเยาวชนเป็นผู้ที่มีวัยใกล้เคียงกันกับกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด เป็นผู้ที่กลุ่มเสี่ยงไว้วางใจ มีความเข้าใจในพฤติกรรม ความต้องการของวัยรุ่น ตลอดจนใช้ชีวิตประจำวันร่วมกับกลุ่มเสี่ยงเป็นส่วนใหญ่จึงสามารถสอดส่องเฝ้าระวังพฤติกรรมของเพื่อนได้ และคอยรายงานให้แก่คณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที

              คณะกรรมการใช้เวทีขององค์การสภาชุมชนดึงเยาวชนบางส่วนเข้ามา                   เป็นคณะกรรมการเพื่อเป็นตัวแทนในการสะท้อนปัญหาของเด็ก และกรรมการ                   จะเอาปัญหานี้ไปเข้าแผนที่อบต. กรรมการคิดว่าปัญหาในตำบลคงไม่มีคนนอกตำบลเข้ามาแก้ให้ได้นอกจากคนในตำบลต้องมาจัดการเองจึงจะยั่งยืน เพราะฉะนั้นคนในชุมชนเท่านั้นที่จะรู้ปัญหา กรณีเด็กติดยากรรมการจะรู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรกับเด็กคนนี้  เขาอาจจะเป็นคนหัวดื้อเป็นคนหัวรั้นเป็นคนที่ไม่เอาใครเขาก็จะมีจุดเด่น              ของเขาอยู่จุดหนึ่งเขาอาจจะเป็นผู้นำเด็กเลว ๆ ของเขาก็ได้ แต่ถ้าว่ามีการไปดึงเขามา พวกที่เลวๆ ทั้งหมดก็อาจจะตามเขาเข้ามาด้วย

         เราจะดึงเยาวชนที่ว่าสร้างมาใหม่อย่างที่ว่าเมื่อกี้ก็คือหนึ่งต่อหนึ่ง                 หนึ่งต่อหนึ่งไปเรื่อยๆ แล้วเขาก็จะมีเครือข่ายของเขาอยู่ ตอนนี้ก็กำลังประสานกัน             ตั้งเป็นเครือข่ายเด็ก ตอนนี้ก็กำลังดูอยู่ก็ให้เด็กแต่ละหมู่บ้านดูว่าคนไหนที่มีความเสี่ยงในการเสพยาก็ขอให้เขามาเป็นประธาน

    มีเด็กอยู่คนหนึ่งแต่ไม่ใช่เป็นเด็กในเครือข่ายเรานะ เป็นเด็กที่เขาอยากหยุดแต่หยุดไม่ได้เพราะเขาเป็นคนขายให้กับตำรวจในเมือง เราก็พยายามตะล่อมถามเขา               ว่าคือใครเขาก็บอกว่าเขาบอกไม่ได้ถ้าบอกเมื่อไหร่ก็ตายเมื่อนั้น ก็ยังคุยกับ            นายกหนามเลย ก็เมื่อกี้ก็ยังคุยกันอยู่ว่าจะช่วยเด็กคนนี้ให้หน่อย เวลามีกิจกรรมอะไร ก็พยายามดึงเขาเข้ามา ถ้ามีกิจกรรมอะไรก็ฝากเด็กคนนี้ด้วย

วิธีการให้คำปรึกษา

วิธีการให้คำปรึกษาของชุมชนตำบลฝายหลวง แบ่งออกเป็น 5 ขั้นตอน คือ

            1.ขั้นการสร้างสัมพันธภาพ

            2. ขั้นการสำรวจปัญหา

            3. ขั้นเข้าใจปัญหา สาเหตุของปัญหาและความต้องการ

            4. ขั้นการวางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา

            5. ขั้นยุติกระบวนการ

1. ขั้นการสร้างสัมพันธภาพ

               คณะกรรมการแก้ไขปัญหายาเสพติดของชุมชนตำบลฝายหลวง จะมีการสร้างสัมพันธภาพกับผู้ติดยาเสพติดให้มีความไว้เนื้อเชื่อใจ โดยให้ผู้ติดยาเสพติด             เป็นผู้เลือกเองว่าไว้ใจใครมากที่สุด ในสมาชิกคณะกรรมการทั้งหมด

            คนไหนที่เขาชอบเราก็จะให้คนนั้นนำ คนไหนที่เขาไว้ใจเราก็จะให้เขาเข้าไป เราก็จะแบ่งงานว่าเขาเชื่อใครด้วย อย่างวัยรุ่นจริงๆ ที่เขาเป็นเด็กอยากเล่น อยากลอง อยากรู้ เราก็จะโยนให้กับเครือข่ายเยาวชนดูแล แต่ถ้าเป็นอีกรุ่นหนึ่งอาจจะรุ่น 20 หรือ 15-16 ขึ้นไปแล้วเราก็อาจจะเอาอีกเคสหนึ่งที่เข้าใจรุ่นนี้มาคุยเพราะว่าอย่างเราอย่างเช่นพี่ก็คงไม่ไปเข้าใจเด็กอายุ 13-15 เท่ากับวัยของเขาใช่ไหม เราก็คงไม่เข้าใจ        เขาได้ขนาดนั้น เราก็จะมีทีมของเราอีกทีมหนึ่งที่จะเข้าใจวัยเดียวกันให้เขาไปทำงานร่วมกัน โดยที่เราก็คอยหนุนเสริม คอยช่วยเหลือ

ใช่ คือเราต้องหาคนที่เหมาะกับวัยของเขาด้วย คือคนที่เปิดใจเขาจริงๆ เราต้องใช้คำ ๆ นี้ คือถ้าคนนึงยังมีอคติกับยาเสพติดแล้วมาทำเรื่องยาเสพติดมันคงทำไม่ได้  เพราะฉะนั้นคนที่ทำงานกับยาเสพติดมันเหมือนคนที่ทำงานกับเงินเราต้องเห็นเงิน   เป็นกระดาษให้ได้

 

2. ขั้นการสำรวจปัญหา

       เมื่อสร้างสัมพันธภาพกับผู้ติดยาเสพติดได้แล้ว ขั้นต่อมาคือสำรวจปัญหา ว่าติดสารเสพติดเพราะสาเหตุใด พฤติกรรมการเลี้ยงดูเป็นอย่างไร ปัญหาครอบครัว              มีหรือไม่ เด็กมีวิถีชีวิตเป็นอย่างไร สภาพแวดล้อมเป็นอย่าไร

             ถ้าอย่างเราเจอ เราจะไม่คุยกับเด็ก เราจะไปคุยกับพ่อแม่ว่าอย่างนี้แต่เราไม่ได้บอกว่าลูกเขาติดนะ เราก็จะบอกยกตัวอย่างว่าถ้าลูกตัวเองติดยาเขาจะมีวิธีทำอะไรอย่างไร เขาก็จะบอกว่ารู้ก็ไล่ เราก็จะไปคุยกับพ่อแม่เขา เรารู้แล้วละว่าครอบครัวนี้มีปัญหาเราก็จะเชิญครอบครัวนี้มาเป็นพิเศษหน่อย อย่างเวลาเราคุยเราไม่ได้คุยเรื่องนี้ เราก็จะคุยว่าถ้าอย่างเรามีลูกเราจะทำอย่างไร พี่เคยจัดค่าย ค่ายครอบครัวก็ใช้เวทีอบรมพ่อ แม่ ลูก แล้วก็ให้เขาแบ่งกลุ่มว่าพ่ออยากให้ลูกเป็นอย่างไร แม่อยากให้ลูกเป็นอย่างไร แล้วลูกอยากให้พ่อแม่เป็นอย่างไร แล้วอย่างเวลาเราไปถามอย่างนี้                    บางทีผู้ใหญ่เขาก็บอกเราไม่ได้เขาก็ใช้วิธีเขียน

      มีการเชื่อมประสานระหว่างโรงเรียนกับชุมชนในการสำรวจปัญหาร่วมกัน

             ของเราเชื่อมกับโรงเรียนอย่างเราเชื่อมกับโรงเรียนลับแลพิทยาคม ก็จะเชื่อมกับฝายหลวงเขาก็จะดูในส่วนที่เด็กไปเรียนมีพฤติกรรมอะไรเขาก็บอกเราตลอด เวลาประชุมก็ประชุมร่วมกันกับโรงเรียนลับแลพิทยาคม แล้วเด็กคนไหนเป็นอย่างไรก็จะบอกตลอด เมื่อประมาณสัก 3-4 วันแกก็บอกว่ามีปัญหาอยู่จุดหนึ่งลองดูให้หน่อย แล้วบังเอิญตอนนั้นมีเวลาคุยกันอยู่นิดเดียว ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวอาจารย์เดี๋ยวเราต้องคุยกัน   ถ้าอยู่ในหมู่บ้านเราก็จะดู แต่ถ้าเด็กที่ไปโรงเรียน โรงเรียนก็จะช่วยจับตาดูแล้วก็จะตรงกัน อย่างเขาบอกว่าคนนั้นนามสกุลนี้เราก็จะอ๋อ อย่างผู้ใหญ่ตรงนี่ ถ้าถามว่าเด็กคนนี้ชื่อนี้ลูกใครเขาตอบทางโทรศัพท์เดี๋ยวนั้นเลย ว่าคนนั้น ข้อมูลอย่างนี้ที่ผมโยงไปอย่างคนนอกพื้นที่ไม่รู้แต่เรารู้เพียงโทรศัพท์ถามไป

3. ขั้นเข้าใจปัญหา สาเหตุของปัญหาและความต้องการ

         คณะกรรมการให้คำปรึกษาได้พยายามเข้าใจปัญหา เข้าใจสาเหตุของปัญหา และความต้องการของผู้ติดยาเสพติด โดยพยายามทำความเข้าใจบริบท และพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย ตลอดจนความต้องการของผู้ติดยาเสพติด

            ก็คือบางทีก็ถามว่าบ้านอยู่ไหน มีโทรศัพท์ไหมเดี๋ยวพี่จะไปคุยที่บ้าน ก็ไปคุยกับพ่อกับแม่เขาคือประมาณว่ารู้บ้างไหมว่าลูกไปติดกาวหรืออะไร เขาก็รู้มาบ้างแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร ตีก็แล้วอะไรก็แล้ว เพราะว่าพ่อแม่เขาจะตีอย่างเดียวใช่ไหมคะ  ก็เลยพยายามบอกเขาว่าเอาอันนี้มาให้เขาทำก็อย่าไปว่าเขานะว่าเอาเวลาไปทำอย่างอื่นเพราะว่าพ่อแม่จะใช้เขาไม่ได้ใช่ไหมค่ะ คือเด็กพวกนี้คือถ้าพ่อแม่ใช้งานก็จะไปดมกาว ก็คือไม่ชอบอะไรที่บังคับ แต่ก็คือว่าถ้าเราบอกหรือชมว่าสวยเขาก็จะนั่งปั้นของเขา พอเราไปเจอเขาอย่างขี่รถเจอกันเราก็จะทักเขาเสียงดังๆ เขาก็จะอืม.มีความรู้สึกว่าแสดงว่าพฤติกรรมของเขาเปลี่ยนไป  คือเด็กในหมู่บ้านก็จะมีถุงอะไรที่เป็นสมบัติของเขา เคยเห็นไหมเด็กบ้านนอกที่เขามีถุงที่เขาเรียกว่าถุงสมบัติก็จะมีข้าว มีหนังสติ๊ก               มีกระป๋องกาวอยู่ในนั้น บางทีเราก็จะแกล้งว่าอะไรเหรอ เพราะว่าเราไม่รู้ว่าถุงอะไร  บางที่อย่างว่าจะไปไหนเหรอ เขาก็บอกว่าไปทุ่ง เราก็ถามว่าแล้วจะกลับมากินข้าวกลางวันไหม เขาก็บอกว่าไม่กลับมาหรอกมีข้าวอยู่ เราก็ขอดูหน่อยว่ากินข้าวกับอะไรบางทีอารามเขาลืมตัวเขาก็จะให้ดูเราก็จะเห็นเราก็บอกว่ายังทำอยู่เหรอไม่เห็นจะหอมเลย

 

4. ขั้นปฏิบัติการให้คำปรึกษาเพื่อแก้ปัญหา

          คณะกรรมการให้คำปรึกษา ร่วมกันวางแผนแก้ไขปัญหา โดยการปรึกษาหารือในกลุ่มคณะกรรมการ เพื่อวางแผนการแก้ไขปัญหาให้เหมาะสม                ในแต่ละคน การแก้ไขปัญหามุ่งเน้นการพูดคุยให้กำลังใจ ปลอบใจ ชี้แจงของผลเสียของการติดยาเสพติด ตลอดจนโน้มน้าวให้เลิกยาเสพติดโดยการสร้างแรงจูงใจ เช่น ถ้าเลิกแล้วภรรยาจะคืนดีด้วย เลิกแล้วไปไหนมาไหนไม่อายใคร มีการทำสัญญาทางใจ   นอกจากนี้วิธีการในการให้คำแนะนำจะไม่พูดถึงเรื่องยาเสพติดเลย แต่จะโน้มน้าว               ให้เป็นแกนนำเข้าร่วมกิจกรรม และสอดแทรกเรื่องการให้เลิกเสพยาเสพติด                 ดังคำกล่าวของกรรมการดังต่อไปนี้

                 ก็คุยกันเกือบทุกคน ก็คือว่าเราทำงานกันตอนนี้คือพวกคณะกรรมการ                เราไม่ได้ยึดที่ตัวยา แต่เราจะยึดที่ตัวคนไงคะ เพราะฉะนั้นเด็กคนนี้เชื่อใคร เด็กคนนี้รักใครเราจะให้คนนั้นเขาช่วยต่อ พอดีว่าเด็กคนนี้ชื่อหน่อยนี่เขาเชื่อป้าเขารักป้า            คืนนั้นก็ให้มานอนกับป้าเลยนะคะ นอนกันแล้วเราก็คุยกัน ป้าเขาก็โทรมาถามว่าจะคุยกับเขาอย่างไร เราก็เลยบอกว่าชวนเขาคุยไปก่อนปลอบเขาไปก่อน ชวนเขาพูดคุยไปเรื่องอื่นๆแล้วถ้าสมมติว่าเขาคิดถึงเมียเขาเขารักเมียเขาเราค่อยพูดว่าเหตุที่เมียเขาหนีเพราะอะไร แต่ถ้าเขาเลิกตอนนี้เดี๋ยวเมียเขาก็จะกลับมาเองป้าเขาก็จะปลอบตลอด ทีนี้แผนที่สองที่เราวางกันก็คือว่าถ้าเขาตัดเองไม่ได้เลิกเองไม่ได้จริงๆเราก็จะส่งเขาไปที่จังหวัดตากที่ศูนย์ปฎิบัติธรรมเจริญธรรมที่เขามีอย่างนี้ เพราะว่าถ้าเขาอยู่ตรงนี้อย่างน้อยชาวบ้านรู้เราก็กลัวเขาอาย เพราะว่าเขาไม่ใช่เด็ก เขาอายุ 30 แล้ว เราก็มีก็อก 2               แต่พอดีทางผู้ปกครองก็โทรหาเมียเขา เมียเขาก็เป็นคนดีมากคือให้โอกาส เขากลับมาอยู่ด้วยแต่มีข้อสัญญาว่าถ้าเสพอีกจะไปอีกจะไม่กลับมาอีกแล้วก็จะไม่อยู่ด้วย                 เป็นข้อตกลงทั้งสัญญาใจทั้งพ่อแม่แล้วก็เมียเขาด้วย จนปัจจุบันนี้ก็คือเบ็ดเสร็จแล้วก็คือเลิกแล้วเมียก็กลับมาอยู่ด้วยประกอบอาชีพปกติ อันนี้เพิ่งจะเดือนพฤศจิกายนหมาดๆเลยคะ แต่เมื่อก่อนก็คือว่าเราไม่รู้ว่าหน่อยเขาเสพแต่ว่าจะมีคนมาบอกแต่ตัวเขาเองเขาไม่ยอมรับ

               ก็คือเราไม่ได้บอกว่าเราเข้าไปหาเขาเพราะเขาเสพยาแต่เราเข้าไปหาเขาว่า            เขาเป็นลูกคนเดียวแล้วก็มีความรู้อยากให้เขามาเป็นวิทยาการช่วยสอนน้องๆ ให้หน่อยอย่างนี้ เราจะไม่บอกว่าที่เราเข้าไปเพราะเขาติดยา แต่พอเราสนิทกับเขาปุ๊ปเรา             ก็จะเริ่มคุยว่าทำอย่างนี้แม่หนูเสียใจนะ เอาอย่างนี้ไหมถ้าหนูอยากทำอะไรทางเราให้โอกาสนะ

               ตอนแรกก็เข้าไปหาแม่คือว่ามาเยี่ยมแม่นะว่าเป็นอย่างไร ก็จะถามเขาว่า          อ้าววันนี้ไม่ไปไหนเหรอ ก็ค่อยๆคุยกับเขาก็ตะล่อม ก็จะรู้ว่าตอนกลางวันเขาถึงจะตีแม่เพื่อจะไปซื้อยามาเสพอะไรอย่างนี้ แต่เวลาเราเข้าไปเราจะไม่คุยเรื่องนี้ เราก็จะคุยว่าแม่วันนี้จะมาชวนไปนั่นไปนี่อีกไปด้วยกันไหม ตอนแรกเขาไม่เข้านะ เขาก็จะมองแบบอย่างไรละ ก็คือเขามีลูกแล้วด้วยนะลูกคนแรก เราก็จะเข้าไปว่าอันนี้ลูกใคร              เขาก็บอกว่าลูกผมครับ แล้วตัวเองคิดอะไรให้ลูกหรือยัง สร้างอะไรให้ลูกหรือยัง            ตอนแรกก็เข้าไปปรับไปกำชับด้วยการฝากให้ลูก ทีนี้พอเราเริ่มจากสองคนที่เขาเลิกเสพออกจากห้องขังมาได้มั้งสองคนที่เราให้กู้เงินเราก็จะหยิบยกตัวอย่างมาว่าตัวนี้นะ                   อย่างสมมตินะพี่ไม่ได้ว่าใครหรอกแต่คุยให้ฟังคุยกับพ่อแม่เขาเป็นครูแล้วตัวเอง                ก็เรียนสูงมา ว่างๆอย่างนี้อย่างวันไหนพี่อบรมเยาวชนชวนไปด้วยได้ไหมไปให้ความรู้เด็กสักหน่อย บางทีเพื่อว่าตัวเองมีลูกแล้วเนี่ยเพื่อจะไปคุยกับคนอื่นรู้เรื่องกว่าพี่ก็ได้ว่าหน้าที่ของพ่อต้องเป็นอย่างไร เราก็จะบอกเขาว่าถ้าเขาเป็นพ่อแล้วเขาจะทำอย่างไร            ก็ใช้เวลาสองสามเดือนกว่าเขาจะไว้ใจเราคุยอะไรกับเรา พอเริ่มมากู้เงินกรรมการ                   ก็เอาอีกแล้ว มันต้องใช้เวลานะ ก็เราทุกคนในหมู่บ้านแหละก็พร้อมที่จะให้โอกาสคนที่เขาเลิก บางทีเราเข้าไปหาเขาเราไม่ได้บอก หรอกว่าเด็กคนนี้ติดยาแต่เราก็จะพูด              อีกเรื่องหนึ่ง

 

               ในการใช้กฎของหมู่บ้านในบางครั้งทำให้ แทนที่เด็กในครอบครัวนั้นจะมาหากรรมการ แต่กลับออกห่าง กรรมการก็เลยปรับกระบวนใหม่พยายามดึงคนที่มีปัญหาเข้ามาแล้วกรรมการก็ช่วยกันแก้ โดยทางเครือข่ายมีโครงการอย่างที่เคยไปอบรมที่อบต.นำมาใช้ มีการใช้รูปแบบผสมผสานกับรูปแบบของวังแดง ได้แก่การปูพรมเรื่องตรวจปัสสาวะ แต่จะไม่บอกว่าของใครสีม่วง แต่กรรมการจะนำครอบครัวนี้               มาอบรมทั้งครอบครัว โดยมีเทคนิคว่าจะไม่อบรมเรื่องยาเสพติดแต่จะอบรม                    เรื่องครอบครัวสัมพันธ์ ก็คือให้ผู้ปกครอง พ่อแม่และเด็กในครอบครัวมาทำกิจกรรมร่วมกัน กรรมการจะไม่เอาเรื่องยาเสพติดมาตั้ง มีการจัดทำโครงการซึ่งได้งบประมาณมาจาก ปปส.และมี อบต.เข้ามาร่วมด้วย โครงการมุ่งเน้นให้จัดเวทีพูดคุยปรึกษาหารือ แลกเปลี่ยนข้อมูลและวางแผนแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันโดยยึดครอบครัวสัมพันธ์เป็นเกราะคุมกันปัญหายาเสพติด

        มีการหนุนเสริมในการให้คำปรึกษาคือพระ และข้าราชการเกษียณที่อาสา             เข้ามาช่วย ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครูซึ่งมีทักษะและเทคนิคในการให้คำปรึกษาที่ดี              ในกรณีพระช่วยให้คำปรึกษาจะเปิดโอกาสให้นำเด็กเข้าเรียนในวันเสาร์ วันอาทิตย์ รับเด็กเข้ามาประมาณ 20 คน

  พระก็มีส่วน ตอนนี้แต่ละวัดก็จะมีโรงเรียนพุทธศาสนาทุกอาทิตย์ก็คือ              ช่วยอีกแรงหนึ่ง คือดึงเด็กที่เป๋ไปมาเรียนธรรมะทุกวันอาทิตย์ โดยที่ทางวัดเองก็ออกค่าใช้จ่ายอะไรเองหมดเราไม่มีงบประมาณอะไรให้แต่เขาก็ทำด้วยใจ เพื่อช่วยเหลือสังคมเหมือนกัน เพราะว่าบางส่วนถ้าเอาเด็กไปอยู่ในวัดซะบ้างให้รู้จักบาปบุญคุณโทษเวลาเขาออกมาเวลาเราพูดก็จะพูดง่ายขึ้น

5. ขั้นยุติกระบวนการ

         เมื่อผู้รับคำปรึกษาให้สัญญาในการเลิกเสพยาเสพติดแล้ว คณะกรรมการ               และญาติผู้ใกล้ชิดจะมีการเฝ้าระวัง คอยสังเกตพฤติกรรม ตลอดจนมีการสืบถาม             จากผู้ใกล้ชิดถึงการเลิกได้จริงหรือไม่

     - เมื่อเด็ก(ผู้เสพ) เลิกยาได้แล้ว ให้ผู้ปกครองเซ็นชื่อรับรองในใบสมัคร                        เลิกยา แล้วสังเกตพฤติกรรมของเด็ก 3 เดือน หากไม่ยุ่งเกี่ยวยาเสพติดจริงจะคืนคนดี         สู่สังคม

- การคืนคนดีสู่สังคมจะให้พระทำพิธีรดน้ำมนต์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้                อยู่ในสังคมได้

      - กรณีที่เด็กมีปัญหาหนักจนเป็นที่ทราบดีแล้วของชุมชนว่าเด็กติดยา เมื่อเด็กเลิกยาได้จะมีป้ายประกาศให้เพื่อเป็นการแจ้งให้ชุมชนทราบว่าได้คืนคนดีสู่สังคมแล้ว

      - หากกลับมามีพฤติกรรมการเสพยาอีก จะยึดป้ายคืน

      - กรณีที่เด็กมีปัญหาไม่มาก กรรมการจะรักษาความลับไว้ และรู้เฉพาะคณะกรรมการเท่านั้น และหากเด็กเลิกยาได้ จะไม่มีการประกาศเพื่อจะได้ไม่เป็น            ตราบาปแก่เด็ก

            ตอนนี้จากที่เขาเลิก ธันวาคม มกราคม 2 เดือน แต่เราก็ไม่ได้มั่นใจว่าเขาจะเลิก แต่ทุกคนที่อยู่รอบข้างเขาให้ความรักเขา ให้ความดูแลเอาใจใส่เขาเพิ่มขึ้น                 คอยสังเกตพฤติกรรมเขาตลอด โดยเฉพาะเมียต้องคุยกันแล้วว่าต้องคอยดู คอยเก็บเงินนะ แต่ช่วง 2 เดือนหลังก็คือไม่มีพฤติกรรมที่เสี่ยงแต่ก็คือไม่เต็มร้อย เราก็ต้องดูเขาต่อไปนะคะ ว่าเต็มร้อยจริงไหม เพราะว่ามีบางคนเขาบอกว่าผู้ที่เสพยาไม่ได้เลิกเด็ดขาด แต่เคสนี้เราไม่เชื่อเพราะว่าเราเคยเจอกับน้องเอกที่พี่เคยเล่าให้ฟังก็คือว่าเขาหันหลังเด็ดขาดเลยเขาไม่เคยกลับไปยุ่งเกี่ยวอีกเลย ตอนนี้เป็นพ่อที่ดีของลูกเป็นสามีที่ดีของเมีย แต่เสียอย่างเดียวที่แม่เขาไม่ได้ทันได้ดูลูกเขากลับมาแม่เขาเสียก่อน แต่เคสนี้เราก็พยายามเอาใจใส่ดูแลเขาอยู่ ก็พยายามดูคอยจับตาเขาอยู่ เขาก็บอกว่าเขาไม่ได้             กินแล้ว ตอนนี้เขาก็ช่วยทำงานดีก็คือเขาก็กลับมาทำงานประกอบอาชีพ  

แต่ก็ยังไม่มั่นใจเหมือนกันก็คอยดูเขาอยู่ แต่ว่ามันก็น่าจะเป็นการภูมิใจระดับหนึ่งของครอบครัวที่ว่าอย่างน้อยก็สามารถดึงมาได้แล้วอาจจะไม่เต็มร้อย ทีนี้ก็อยู่ที่คนรอบข้างว่าจะช่วยเขาอย่างไร

การคืนคนดีสู่สังคมทีแรกนะ คือเมื่อก่อนนี้เขาเอาไปสบถสาบานกัน                        ผมก็นิมนต์เอาพระครูมาสององค์เอาคนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดไปทำพิธีสาบานกัน             ที่บ้านผมเลยไปเลย ว่าคืนคนดีสู่สังคม เราทำให้เขาเห็นว่าเราช่วยผู้ที่เกี่ยวข้องกับ              ยาเสพติดแล้วเนี่ย เราช่วยคนไหนที่ไม่มีทุนที่จะไปประกอบอาชีพอะไร ผมก็ติดป้ายไว้ว่าสามารถที่จะมายืมเงินของเครือข่ายได้รายละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท ผมก็ติดป้ายไว้            ในจำนวน 7 คนก็มีอยู่สองคนที่เอาไปประกอบอาชีพในเรื่องของไปเลี้ยงปลา อีกเรื่องหนึ่งก็เอาไปค้าขายก๋วยเตี๋ยว เดี๋ยวนี้เลิกขายก๋วยเตี๋ยวก็ไปขายกับข้าวเช้าเย็นอยู่ที่วัดท้องแดง 

กรณีผู้เสพยาเสพติดไม่ยอมรับการบำบัด

       กรณีผู้เสพยาเสพติดไม่ยอมรับการบำบัด ซึ่งมักมีการร้องขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือจากการแจ้งมาของญาติผู้เสพยาเสพติด คณะกรรมการให้คำปรึกษาแก้ไขปัญหายาเสพติดจะมีการพิจารณาร่วมกันว่าควรจะดำเนินการอย่างไร และเมื่อเจอผู้เสพยาเสพติดที่อยู่ในระดับรุนแรงยากแก่การให้คำปรึกษาคณะกรรมการจะมีการประสานขอความช่วยเหลือจาก พัฒนาสังคม และคุมประพฤติจังหวัด ให้ส่งเจ้าหน้าที่คุมประพฤติมา นักจิตวิทยามา ตำรวจมาช่วยแก้ไขปัญหา อาจมีการส่งต่อไปบำบัดยังจังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้กรณีที่พ่อแม่ยินยอมจะมีใบยินยอมให้ลงนามและอนุญาตให้นำลูกเข้ารับการบำบัด

       ครับมาปรึกษา ที่ศูนย์ก็รับเรื่องแล้วมาพิจารณาว่าควรจะดำเนินการอย่างไรๆต่อไปก็ได้ประสานงานไปทางอำเภอติดต่อไปยังพัฒนาสังคม และคุมประพฤติ                      ที่จังหวัด เขาก็มาบอกรายละเอียดส่งเจ้าหน้าที่คุมประพฤติมา นักจิตวิทยามา ตำรวจมา คือผมทำครบวงจร ผมก็มาคุยกับพ่อกับแม่ว่าลูกเขาทำอะไรไม่ได้แล้วก็อยากจะยกให้ทางนี้ช่วยๆ หน่อย ทางนี้ก็เลยส่งไปบำบัดที่เชียงใหม่ เชียงใหม่เขาก็ติดตามมา                โดยตลอด ไปสัก 3 เดือนเขาก็ประเมินมาว่าเด็กคนนี้ดีแล้วพร้อมจะกลับมา                               สู่ครอบครัวแล้ว เขาก็มาติดตามเราที่ทำงานว่าเด็กคนนี้ดีแล้วจะกลับคืนสู่อ้อมกอด               พ่อแม่ให้ทางบ้านและคณะทำงานช่วยดูแลด้วย ซึ่งเด็กคนนี้ก็ไปทำงานที่กรุงเทพแล้ว และเขาก็ติดต่อมาตลอดคือว่าดีขึ้นนะครับ

            ก็คือว่าตอนนี้อาการเขาออกเต็มที่แล้วไงครับ พ่อแม่ก็เอือมระอา เพราะว่าผมเอานักจิตวิทยามา เอาตำรวจมา เอาผู้ใหญ่บ้านมานั่งคุยกับพ่อแม่ว่าลูกท่านเป็นอย่างนี้นะ ต้องไปนะไม่ไปไม่ได้แล้วถ้าไม่ไปจะหมดอนาคต 

            คือกว่าที่เขาจะไปเราก็ต้องโน้มน้าวคือว่าเรามีนักจิตวิทยาไปใช่ไหมครับ              มีผู้ใหญ่บ้านไป มีพ่อมีแม่ไป คือเราไปคุยกันนานนะกว่าจะไป

ก็ชวนพ่อแม่เขามากินข้าวแล้วเด็กอย่าเพิ่งมากิน คือคุยกับพ่อแม่เขา แล้วก็จะให้เขาทำหนังสือยินยอมเลยให้เซ็นยินยอมเพื่อจะนำไปบำบัดที่ลำปางอะไรอย่างนี้                  ก็เลยคิดดู ก็คุยกับพ่อแม่เขา ถ้าพ่อแม่เขาเซ็นยินยอมเราก็ต้องมานั่งปรึกษากับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจปัสสาวะ ถ้าเป็นสีม่วงก็ให้เอาเขาไปเลย ถ้าพ่อแม่ยินยอมแล้วนะก็ให้เขาเอาไป

 

เทคนิคการให้คำปรึกษาชุมชนตำบลฝายหลวง

            เทคนิคในการให้คำปรึกษาแก่ผู้เสพในชุมชนตำบลฝายหลวงโดยคณะกรรมการหรือแกนนำชุมชนได้ใช้เทคนิคการให้คำปรึกษาที่หลากหลาย                  ตามสภาพปัญหาของผู้เสพแต่ละคน เทคนิคต่างๆที่ใช้สามารถรวบรวมนำเสนอได้ดังนี้

      1.ในการให้คำปรึกษาแก่กลุ่มเป้าหมายนั้นคณะกรรมการจะมีการร้องขอให้บุคคลที่ผู้เสพไว้เนื้อเชื่อใจในทีมกรรมการ เข้าปลอบประโลมและสร้างสัมพันธ์ก่อน จากนั้นคณะกรรมการจะสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น สร้างความเป็นมิตรไมตรี พูดคุยให้ผ่อนคลาย ตลอดจนสร้างความรู้สึกที่ดีให้เกิดขึ้นแก่ผู้เสพในเบื้องต้น มีการพูดคุย                 ให้ผู้เสพ หรือผู้รับคำปรึกษา เห็นความตั้งใจจริงของคณะกรรมการ  

     2. ก่อนที่จะเข้าสู่ขบวนการให้คำปรึกษาคณะกรรมการจะมีการชวนผู้เสพพูดคุยในเรื่องอื่น ๆ ก่อน โดยเปิดโอกาสพูดคุยในเรื่องทั่วไปเพื่อให้ผู้เสพมีความสบายใจ รับฟังผู้เสพพูดด้วยสีหน้า แววตา การประสานสายตา ด้วยความสนใจ มีการพยักหน้าเห็นพ้องด้วยและไม่ขัดในคำพูด และไม่หลบสายตา เพราะจะทำให้                      รู้สึกเหมือนไม่ตั้งใจหรือ ไม่สนใจ แต่ไม่ใช่การจ้องหน้า เพราะจะทำให้ผู้เสพรู้สึก               อึดอัด เกิดความเครียด ขึ้นได้

       3. สร้างการยอมรับในตัวผู้ให้คำปรึกษา (กรรมการฯ) การแจ้งให้ทราบ                   ถึงบทบาทที่จะเข้ามาช่วยเหลือด้วยความเต็มใจทำตัวเป็นกันเอง เป็นญาติ เป็นคนบ้านเดียวกัน ทำให้เกิดความรู้สึกว่าพร้อมที่จะให้คำแนะนำเป็นที่ปรึกษา และมีความ กระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือ ผู้ให้คำปรึกษา(คณะกรรมการ)เป็นตัวอย่างที่ดี เพื่อให้เกิดการยอมรับ

      4. สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ ประโยชน์ จากการปรึกษา บอกบทบาทของคณะกรรมการให้คำปรึกษา และชักชวนให้ผู้เสพให้เข้าร่วมกันพิจารณาค้นหาปัญหา และแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันขั้นการสำรวจปัญหาเริ่มจากการ ดูระยะเวลาในการเสพติดยาของแต่ละรายเพื่อวางแผนการให้คำปรึกษาอย่างเหมาะสม ดูช่องทาง               ของการติดยา

      5. ชี้ให้เห็นผลเสียของยาเสพติด โดยแกนนำจะอธิบายถึงผลเสียที่ใกล้ตัวผู้เสพมากที่สุด เช่น ภรรยาหนีไปเพราะเสพยาเสพติด พ่อแม่ผิดหวังเสียใจ รับไม่ได้                 กับพฤติกรรมของลูก เข้ากลุ่มเพื่อนไม่ได้การติดยาเป็นเรื่องน่าอับอาย เป็นต้น

      6. ชี้ให้เห็นผลดีของการเลิกยา ได้แก่ ถ้าเลิกยาเสพติดแล้วภรรยาจะกลับมาคืนดีเหมือนเดิมจะมีคนมาจ้างงาน จะเป็นที่ยอมรับในกลุ่มเพื่อน

      7. ชี้ให้เห็นบุคคลที่เป็นตัวอย่าง หรือเป็นต้นแบบที่ดีให้เขาดู

            8. ขอความร่วมมือคนใกล้ชิดในการวางแผนแก้ไขปัญหาโดยสร้างเงื่อนไขหรือรางวัลในการเลิกยาเสพติดได้ เช่น ขอความร่วมมือภรรยาผู้เสพให้เป็นแรงจูงใจ และให้ภรรยาทำสัญญาว่าหากเลิกยาได้จะกลับมาใช้ชีวิตคู่ด้วยดังเดิม ขอความร่วมมือกับผู้ปกครอง (กรณีโสด) ทำสัญญาใจกับพ่อแม่ว่าจะตั้งใจเลิกยา

      9. บำบัดในชุมชนโดยใช้ธรรมะกล่อมเกลาที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม

      10.ให้เวลาในการเลิกยา โดยค่อย ๆ ดึงกลับมาสู่สังคมปกติ ไม่บังคับให้เลิกเลยทันทีทันใด

      11. เข้าใจผู้ติดยาว่าเขาต้องการความปลอดภัย

12. ต้องเก็บรักษาความลับของผู้เสพ

13. ให้คนรอบข้างให้ความรักความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด

14. ต้องดูแลเอาใจใส่เพิ่มขึ้น

15. ดึงเข้าร่วมกิจกรรมให้มากขึ้น

16. มอบหมายงานที่สำคัญให้เพิ่มขึ้นมากกว่าคนอื่นเพื่อให้เด็กได้แสดงศักยภาพและเกิดความภูมิใจในตัวเอง

17. กรณีที่เป็นเด็กเยาวชนให้เป็นผู้นำทีมในกลุ่มเยาวชน

18. ให้กำลังใจในเรื่องการทำงาน

      19. กรณีที่ผู้เสพและผู้ปกครองไม่ยอมรับจะพึ่งตำรวจ แต่มีข้อตกลงกับตำรวจไว้ว่าจะยังไม่ลงบันทึก

20.ใช้คำว่าคณะกรรมการเครือข่าย แทนบุคคลในการให้คำปรึกษา

           21. จัดคณะกรรมการที่เข้าใจเด็ก อาจเป็นวัยใกล้เคียงกัน หรือเป็นบุคคลที่ตรงกับความต้องการของผู้เสพ

22. ให้ทีมงานคณะกรรมการคอยหนุนเสริมภารกิจของกรรมการที่เป็นหลักในการให้คำปรึกษา

23. คณะกรรมการต้องไม่มีอคติต่อยาเสพติด ตลอดจนตัวผู้เสพหรือผู้เสี่ยง

24. หากลวิธีในการสอนให้มีจิตสำนึก

25. ใช้คำพูดที่โดนใจผู้เสพ มักจะได้ผลในการให้คำปรึกษา

26. ไม่ขัดใจผู้เสพหรือผู้รับคำปรึกษาในเวลาที่ความเห็นไม่ตรงกัน แต่ใช้วิธีเออออตามแล้วค่อย ๆ เสริมด้วยสิ่งที่ถูกต้อง แล้วค่อย ๆ ชักจูง

27. ยกย่องในบางกรณี เพื่อให้กำลังใจ

28. คอยจับทางเด็กว่าควรพูดแบบไหน อย่างไร

29. ต้องช่างสังเกตพฤติกรรม

30. เมื่อรับเรื่องแล้ว หากเกินกำลังจะประสานนักจิตวิทยา, ตำรวจ, เจ้าหน้าที่คุมประพฤติ

31. ส่งเสริมความสามารถที่ผู้ติดยาถนัด

32. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะทำให้เด็กในชุมชนรังเกียจผู้เสพยา

33.ให้เพื่อนที่สนิทดูว่าผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีดีตรงไหน หรือมีความสามารถพิเศษอะไร

34.จัดทำโครงการให้เด็กมีส่วนร่วม

35.โครงการที่ทำจะหลีกเลี่ยงคำพูดเรื่องยาเสพติด แต่จะสอดแทรกกิจกรรม               ที่ทำให้เด็กห่างไกลยาเสพติด

            36.การจัดเวทีเสวนาเพื่อแก้ปัญหายาเสพติดในชุมชนจะไม่จัดอย่างเป็นทางการแต่จะใช้เวทีชาวบ้านในการพูดคุยกันในวงอาหาร หรือการพบปะเยี่ยมเยือนกันอย่างไม่เป็นทางการ

                 ชวนกันไปกินข้าวบ้านนี้ บ้านนั้นก็เอาเยาวชนที่มันมีปัญหามีอะไรก็มาพูดมาคุยกัน มันเป็นการเชื่อมกันไป แล้วนี่เราจะได้เอาเป็นคำพูดออกไป ไม่ใช่ว่าถ้าเอาเป็นทางการผมว่ามันไม่ได้ผล ผมยอมรับว่ามันไม่ได้ผล เอาคนนั้นคนนี้มา คนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาประชุม มาอบรมให้ความรู้ไม่ได้ผลครับ

           37. ใช้ความเกรงใจ เป็นบันไดสู่การบำบัด

  อย่างความเกรงใจ ผู้นำรู้ ผู้ใหญ่รู้ กำนันรู้ ว่าเขามีพฤติกรรมอย่างไรแล้วก็ใช้ผู้ใหญ่ไปปลอบไปคุยก็หายไปด้วยความเกรงใจ ผมมองว่าดีกว่าบังคับ ผู้ใหญ่กำนันที่ไปนั่งคุยใช่ว่าจะใช้เวลาแปปเดียวเมื่อไหร่ ก็ต้องใช้เวลา บางทีก็คุยกับผู้ปกครอง     พอผู้ปกครองเข้าใจแล้วเขาก็ต้องคุยกับลูกเขาก่อนอะไรประมาณนี้ พอเสร็จแล้วนัดไปคุยกัน อย่างนี้ครับมันก็ไม่ได้ใช้เงินอะไรมากแล้วก็ได้ผล 100 % เลย ถ้าไม่ใช้ประตูนี้     ผมก็มองไม่ออกว่าจะใช้ประตูไหน

 

 

 

 

 

ปัจจัยเสริมความสำเร็จ

       1.กฎเหล็ก 9 ข้อ จากเวทีชาวบ้าน (มาตรการทางสังคม) ได้แก่

   - หากพบครอบครัวใดมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด คณะกรรมการจะเข้าไปตักเตือน

   - หากคณะกรรมการเตือนเกิน 3 ครั้ง คณะกรรมการจะดำเนินการดังนี้

    -    ตัดน้ำประปา

    -    ทำหนังสือ ขอความร่วมมือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอ ฯ ตัดไฟฟ้า

    -   ไม่ให้สิทธิในการกู้เงินกองทุนของหมู่บ้านทุกประเภท

     -  ไม่ให้สิทธิ์ในการฝากเงินกลุ่มออมทรัพย์ของชุมชน

    -    ไม่ให้เป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการของชุมชน

    -    ไม่ให้พระไปสวดในงานพิธีต่างๆ ของครอบครัวนั้น ๆ

  -    คนในชุมชนไม่เข้าร่วมงานบุญประเพณีหรืองานกิจกรรมของครอบครัวนั้น

         2. ชุมชนมีเครือข่ายต่าง ๆ ที่เข้มแข็งเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา               ยาเสพติด ได้แก่

    -  เครือข่ายฮักลับแล

    -  เครือข่ายเยาวชน

    -  กรรมการโรงเรียน

    -  กรรมการหมู่บ้าน

    -  กลุ่มแม่บ้าน

    -  ปปส.

    -  ตำรวจ

    -  ครู

    -  เจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำสถานีอนามัย

    -  พระ

    -  องค์กรพัฒนาชุมชน (ศูนย์พัฒนาครอบครัว)

       3. ชุมชนมีศูนย์พัฒนาครอบครัว ซึ่งได้รับงบประมาณมาจาก พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้มาทุกปี มีผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านเป็นกรรมการ                         โดยศูนย์มีบทบาทดังนี้

             1.แก้ปัญหาในครอบครัว

             2.ดูแลเด็กเร่ร่อน

      3.ดูแลผู้ยากไร้

             4.ดูแลผู้ติดยาเสพติด

      5.พัฒนาอาชีพ

 

ข้อจำกัดของการดำเนินงานแก้ไขปัญหายาเสพติดของชุมชน

                  1.หน่วยงานภาครัฐไม่ยั่งยืน ขาดการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง

                  2.การบำบัดที่มีในภาครัฐไม่ต่อเนื่องและไม่จริงจัง

                  3.ประชาชนผู้เกี่ยวข้องยาเสพติดไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรม

                  4.ตำรวจพึ่งพาอาศัยได้ยาก บอกว่ากฎหมายไม่เอื้อให้ทำได้

                  5.ชุมชนมีหน้าที่ดูแล แต่ไม่มีอำนาจ

                  6.ยาเสพติดเป็นเรื่องธุรกิจ มีความซับซ้อน

           7.ความปลอดภัยของคณะกรรมการ

                  8.กิจกรรมบางกิจกรรมที่ใช้งบประมาณจัดไม่ได้ช่วยอะไรได้ เช่นกีฬา             ต้านยาเสพติด

          9. คณะกรรมการตรวจพบว่าเป็นผู้เสพติด แต่เมื่อแจ้งเรื่องให้ตำรวจแล้วพบว่าเป็นสายตำรวจทำให้ยากแก่การทำงาน และคณะกรรมการขาดความน่าเชื่อถือ

                  10. งบประมาณที่ได้รับจากภาครัฐ ไม่สอดคล้องกับความต้องการ                     ของชุมชน และไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง

                อย่างตอนนี้งบ ปปส.มีแค่ให้เรามานั่งคุยกันเท่านั้นเอง เรื่องกิจกรรมเรื่องอะไรไม่ต้องไปทำแล้ว ก็มานั่งคุยกัน ก็สมมติว่าเป็นค่าข้าวค่าอะไรไป อย่างเวทีนี้             10-20 คนก็เป็นค่าข้าวมื้อหนึ่งๆ แต่อย่างรัฐบาลก็เอาเงินไปใช้เยอะแต่ไม่ถูกวัตถุประสงค์ผมก็พูดเอาไว้แล้วก็บันทึกเอาไว้ของผม เพราะฉะนั้นถ้ายังเป็นอย่างนี้อยู่แก้ไม่ได้หรอก

คุณสมบัติของผู้ให้คำแนะนำ

             1. มีจิตอาสา

       2. รักชุมชน รักลูกหลาน

       3. มีความมุ่งมั่น

       4. ประนีประนอม

       5. เก็บความลับได้

       6. เป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน

       7. มีความอดทน

       8. มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหา

       9.  เชื่อมั่นและเห็นคุณค่าของคนทุกคน

       10. ให้โอกาสคนทุกคน รวมทั้งผู้เสพ

                ทุกคนที่เขาทำงานด้านนี้ที่มานี่ เป็นคนใจกว้างเป็นคนที่เปิดใจยอมรับเขาแล้วเราสามารถรับเขาได้ทุกสภาพเราไม่ใช่มีเฉพาะคนที่ว่าเขามายอมรับว่าติดแล้วเราพาเขาไป แต่มีบางคนถึงขนาดที่ว่าเราให้ตำรวจไปจับเขาก็มีแต่ว่าเราคุยกับพ่อแม่เขาแล้วแต่ลูกเขาไม่ไปก็ต้องคุยกับพ่อแม่เขาให้เข้าใจว่า ถ้าลูกไม่ยอมก็ต้องพึ่งตำรวจให้จับไป แต่ก็อาจตกลงกับตำรวจไว้ว่าอาจจะมีบันทึกว่ามีอะไรบ้าง แต่พอเบ็ดเสร็จแล้วเด็กคนนี้ก็จะไม่มีชื่ออยู่บนโรงพัก เราก็ไม่ใช่ว่าจะราบรื่นโรยด้วยกลีบกุหลาบตลอด                 ก็ไม่ใช่ แต่ว่าที่ว่ามันมีเคสอย่างนี้เพราะว่าเราทำอย่างนี้มาตลอดตั้งแต่ปี 45-46 พี่เชื่อว่าทั้งเด็กและพ่อแม่เขาคงเชื่อใจพวกเราเพราะพวกเราเป็นทีมที่กัดไม่ปล่อยคือว่าเราจะไม่ทิ้งเรื่องนี้ถึงแม้ว่าเราจะไม่มีงบของทางส่วนราชการมาให้ ตอนนี้เราจะไม่มีอยู่เวรยาม ลึกๆในส่วนนี้ในหมู่บ้านในคณะกรรมการในชุมชนของเรา เราก็ยังดูกันอยู่มีอะไรผิดปกติเราก็ยังคุยกันอยู่ แล้วคนที่ทำงานทางด้านนี้เป็นคนกึ่งบ้าบอ คือพอรู้ว่าเด็กคนนี้ติดยาแต่เราก็ยิ้มรับไม่ได้รังเกียจเขา บางทีทำงานเราจะใช้เขามากกว่าคนอื่นเหมือนให้เขาแสดงศักยภาพออกมาว่าเขาทำได้นะทำไมต้องไปพึ่งยา อย่างเดี๋ยวจะให้น้องนุ้ยเล่าในเรื่องของกลุ่มเยาวชนบางทีเรารู้นะว่าเขาดมกาวอยู่จะเริ่มไปละ แต่ว่าเวลาเราทำงานกลุ่มเราก็จะให้เขาเป็นผู้นำทีม แล้วสุดท้าย เราก็จะพยายามบอกเขาว่าเห็นไหมถึงแม้นว่าหนูไม่ไปพึ่งพาตัวนั้น ไม่ต้องไปพึ่งยา ไม่ต้องไปพึ่งกาวหรือว่าไม่ต้องไปพึ่งเหล้าเราก็ทำได้ สุดท้ายเราก็ให้กำลังใจเขาในเรื่องของการทำงาน เราต้องทำตัวของคณะกรรมการเองให้เยาวชนโดยเฉพาะในชุมชนเชื่อเราให้ได้ว่าเราช่วยเขา                ได้จริงๆ เพราะว่าการทำงานของเราก็ทำตั้งแต่ปี 45 จนนี่ก็ 8 ปีแล้ว ถามว่าเหนื่อยไหม ท้อไหม เหนื่อยนะท้อนะ แต่ถ้าคนในชุมชน เราท้อคนในชุมชน เราเหนื่อยแล้วใครจะมาช่วยคนในชุมชนเราได้ ถ้าเด็กเราติดมากขึ้นบ้านเราก็คงไม่เป็นบ้านละต่อไป                 ของเยาวชนต่อเร็ว

 

*********************************************

 

 


29 ถ.เอกาทศรถ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ 055-248555
Copyright by kongtunmaep6.com
นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)
Engine by MAKEWEBEASY